ลิเวอร์พูลบุกเอาชนะคริสตัล พาเลซ 3-1 ด้วยฟอร์มเด่นของโฟลเรียน เวียร์ตซ์ ที่ทั้งยิงทั้งจ่าย พาหงส์แดงขยับขึ้นท็อปโฟร์ก่อนเบรกทีมชาติ
ลิเวอร์พูล คริสตัล พาเลซ กลายเป็นเกมที่หงส์แดงเก็บสามแต้มกลับออกมาได้อย่างมีความหมาย เมื่อบุกชนะเจ้าถิ่น 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก โดยโฟลเรียน เวียร์ตซ์ มีส่วนร่วมกับสองประตูสำคัญ ทั้งยิงเองและจ่ายให้เพื่อน ก่อนพาทีมขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับ 4 ของตาราง
แม้ภาพรวมครึ่งแรกคริสตัล พาเลซจะได้ลุ้นจบสกอร์มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ เริ่มจากเยเรมี่ ปิโน่ ยิงไปชนคาน ขณะที่ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น ส่งบอลเข้าไปได้แล้วแต่ถูกจับเป็นลูกล้ำหน้า ส่วนไดจิ คามาดะ ก็มีโอกาสสับไกทว่าผ่านมืออลีสซง เบ็คเกอร์ ไม่ได้
แม็ค อัลลิสเตอร์โขกพาหงส์ออกนำ
รูปเกมที่เจ้าบ้านดูเหนือกว่าในช่วงต้นไม่ได้แปลว่าลิเวอร์พูลจะเสียเปรียบตลอดทั้งครึ่งแรก เพราะนาทีที่ 40 ทีมเยือนฉวยโอกาสได้อย่างเฉียบขาดจากฟรีคิกของโดมินิค โซโบซไล ที่เปิดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนเป็นอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ขึ้นโหม่งส่งบอลตุงตาข่ายให้ลิเวอร์พูลนำ 1-0
ประตูดังกล่าวเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมทันที ทำให้ลิเวอร์พูลปิดครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบ แม้ตลอดช่วงก่อนหน้านั้นพาเลซจะมีจังหวะเข้าทำที่น่ากลัวกว่าอยู่หลายครั้งก็ตาม
เวียร์ตซ์ทั้งยิงทั้งจ่าย ปิดเกมก่อนทดเจ็บ
เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่นาน ลิเวอร์พูลก็เพิ่มสกอร์เป็น 2-0 อย่างรวดเร็วจากโฟลเรียน เวียร์ตซ์ ในนาทีที่ 54 หลังต่อบอลจากจังหวะสวนกลับที่เริ่มจากบรัดเลย์ บาร์กโกล่า ช่วยให้ทีมเยือนเล่นง่ายขึ้นและคุมเกมได้มั่นใจยิ่งกว่าเดิม
ช่วงท้ายเกม เวียร์ตซ์ยังมีบทบาทอีกครั้ง เมื่อจ่ายให้อลีกซานเดอร์ อิซัค ยิงประตูที่สามก่อนหมดเวลาเพียงนาทีเดียว ทำให้ลิเวอร์พูลหนีไปไกล 3-0 และแทบปิดโอกาสกลับมาของคริสตัล พาเลซ
อย่างไรก็ดี เจ้าถิ่นยังได้ประตูปลอบใจในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากจุดโทษ และเป็นเอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ตัวสำรองรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด แต่ก็ไม่เพียงพอจะเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ จบเกมลิเวอร์พูลบุกชนะ 3-1 เก็บเพิ่มเป็น 18 คะแนนจาก 10 นัด ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีก ส่วนคริสตัล พาเลซยังจมอยู่ท้ายตาราง มี 7 คะแนนก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติ
รายชื่อและภาพรวมของเกมนี้
เกมนี้คริสตัล พาเลซส่งผู้เล่นอย่างดีน เฮนเดอร์สัน, เจฟเฟอร์สัน เลร์มา, คริส ริชาร์ดส์, อักแซล ดิซาซี่, อดัม วอร์ตัน, ไดจิ คามาดะ และเยเรมี่ ปิโน่ ลงสนาม ขณะที่ลิเวอร์พูลมีอลีสซง เบ็คเกอร์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โดมินิค โซโบซไล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, โฟลเรียน เวียร์ตซ์ และอเล็กซานเดอร์ อิซัค เป็นแกนหลัก
เมื่อเทียบกันทั้งเกม ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในจังหวะสำคัญมากกว่า แม้จะไม่ใช่ฝ่ายที่ครองโอกาสมากที่สุดตั้งแต่ต้น แต่การจบสกอร์ที่เฉียบคมและการทำงานร่วมกันของแนวรุกทำให้พวกเขาเก็บชัยชนะสำคัญกลับบ้านได้สำเร็จ
หลังเบรกทีมชาติ คงต้องติดตามต่อว่าลิเวอร์พูลจะรักษาโมเมนตัมจากเกมนี้ไว้ได้มากแค่ไหน ขณะที่คริสตัล พาเลซต้องเร่งแก้ปัญหาฟอร์มการเล่นเพื่อหนีจากโซนท้ายตารางให้เร็วที่สุด
ที่มา: สยามสปอร์ต