คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ประกาศยุติบทบาทกับทีมชาติโปรตุเกสอย่างเป็นทางการ ปิดฉาก 23 ปีที่เต็มไปด้วยความสำเร็จและสถิติประวัติศาสตร์
โรนัลโด้ อำลาทีมชาติโปรตุเกส อย่างเป็นทางการแล้ว หลังรับใช้ชาติยาวนานถึง 23 ปี ปิดฉากเส้นทางในนามทีมชาติของดาวยิงวัย 41 ปีที่เต็มไปด้วยสถิติและความสำเร็จระดับประวัติศาสตร์ โดยเจ้าตัวประกาศการตัดสินใจผ่านคลิปวิดีโอและแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดียส่วนตัว
ปิดฉาก 23 ปีในสีเสื้อฝอยทอง
การตัดสินใจครั้งนี้หมายความว่า โรนัลโด้ยุติเส้นทางกับทีมชาติโปรตุเกสอย่างถาวร หลังจากสร้างชื่อจนเป็นเจ้าของสถิติสูงสุดตลอดกาลทั้งจำนวนเกมลงสนามและจำนวนประตูในฟุตบอลทีมชาติชาย ซึ่งตัวเลขที่เขาทิ้งไว้คือ 146 ประตูจาก 234 นัด
ในแถลงการณ์ โรนัลโด้สื่อสารถึงความผูกพันกับประเทศบ้านเกิดอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่าทีมชาติโปรตุเกสจะอยู่กับเขาเสมอ และถึงเวลาที่ต้องแขวนเสื้อหมายเลข 7 ในระดับทีมชาติ หลังสวมบทบาทนี้มาตลอดช่วงเวลาอันยาวนาน
“โปรตุเกสจะอยู่ในตัวผมเสมอ... ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องแขวนเสื้อหมายเลข 7 ของทีมชาติ”
เจ้าตัวยังระบุด้วยว่าไม่เคยคิดว่าหมายเลข 7 เป็นของตัวเองเพียงคนเดียว แต่ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา เขาได้รับทั้งเกียรติและความรับผิดชอบในการสวมมันลงสนามให้บ้านเกิด
สถิติระดับตำนานกับโทรฟีสำคัญ 3 รายการ
แม้จะปิดฉากบทบาทในทีมชาติ แต่ผลงานของโรนัลโด้กับโปรตุเกสถูกจารึกไว้ชัดเจนจากการพาทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่ 3 โทรฟี ได้แก่ ยูโร 2016 และยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2019 กับ 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของฟุตบอลโปรตุเกสในยุคของเขา
การอำลาครั้งนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่มีความวุ่นวายในการรับใช้ทีมชาติ โดยเฉพาะช่วงฟุตบอลโลก 2026 ที่โรนัลโด้เคยออกจากแคมป์ทีมชาติชั่วคราว เนื่องจากไม่พอใจเรื่องโอกาสลงสนามและมีความเห็นไม่ตรงกับจอร์จ เชซุส เฮดโค้ชทีมชาติ
แม้ตอนแรกเจ้าตัวยังมีแผนรับใช้ทีมชาติต่อ แต่หลังจากใช้เวลาทบทวนอย่างรอบคอบ จึงเลือกยุติบทบาทในนามทีมชาติอย่างเด็ดขาด นั่นทำให้เส้นทางอันยาวนานตั้งแต่ก้าวแรกเมื่อ 23 ปีก่อน เดินทางมาถึงบทสรุปอย่างเป็นทางการ
ยังลุยต่อกับอัล นาสเซอร์
อย่างไรก็ดี การเลิกเล่นทีมชาติไม่ได้หมายความว่าโรนัลโด้จะหยุดค้าแข้ง เพราะเขายังคงลงเล่นระดับสโมสรต่อไป โดยรับหน้าที่กัปตันทีมและเป็นกำลังหลักในแนวรุกของอัล นาสเซอร์ ขณะเดียวกันเจ้าตัวกำลังเข้าใกล้วัย 42 ปี
สำหรับแฟนบอลโปรตุเกสและคอฟุตบอลทั่วโลก การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการปิดตำนานอีกหน้าหนึ่งของ CR7 ในเวทีทีมชาติ หลังสร้างทั้งสถิติ จำนวนประตู และแชมป์สำคัญเอาไว้ครบถ้วนแล้ว
จากนี้ต้องติดตามกันต่อว่าโปรตุเกสจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรในยุคที่ไม่มีโรนัลโด้อยู่ในทีมชาติ และบทบาทของเขาในระดับสโมสรกับอัล นาสเซอร์จะเป็นอย่างไรในช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง
ที่มา: สยามสปอร์ต