ตีเลอมันส์ยอมรับเบลเยียมมีโอกาสปิดเกมหลายครั้ง แต่สุดท้ายพ่ายฝรั่งเศส 0-1 จากประตูท้ายเกมของไมเคิ่ล โอลีเซ่ในศึกเนชั่นส์ ลีก
เบลเยียม แพ้ฝรั่งเศส แบบน่าเสียดาย หลัง ยูริ ตีเลอมันส์ กัปตันทีมชาติเบลเยียมยอมรับว่า ทีมของเขามีจังหวะลุ้นจบเกมได้ก่อนจะโดนลงโทษในช่วงท้าย และสุดท้ายพ่ายไป 0-1 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่ม 1 นัดสอง เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา
เบลเยียม แพ้ฝรั่งเศส ทั้งที่รูปเกมไม่เป็นรอง
เกมนี้เป็นไปอย่างสูสีตั้งแต่ต้น โดยในครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างมีโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง แต่เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง เบลเยียมดูเป็นฝ่ายคุมจังหวะและสร้างความกดดันได้มากกว่า ทว่าโอกาสที่เกิดขึ้นกลับไม่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสกอร์ ทำให้ความพยายามตลอดทั้งเกมไม่ออกดอกผลตามที่หวัง
จุดเปลี่ยนของแมตช์มาถึงในนาทีที่ 88 เมื่อ ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ตัวสำรองของฝรั่งเศสใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาบอลเข้าไปยิงผ่านมือ เซนเน่อ ลัมเมนส์ และกลายเป็นประตูชัยให้ทัพตราไก่ทันที จากจังหวะดังกล่าวทำให้เบลเยียมต้องกลับบ้านมือเปล่าแม้จะมีช่วงเวลาที่เล่นได้ดีกว่าในหลายจังหวะ
คำยอมรับจากตีเลอมันส์หลังพลาดโอกาสทอง
หลังจบเกม ตีเลอมันส์ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า เบลเยียมมีโอกาสปิดเกมก่อนที่ฝรั่งเศสจะยิงได้ เขายืนยันว่าทีมเล่นกันได้แข็งแกร่งและสร้างโอกาสจากเกมที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่ทีมมีช่วงเวลาน่าพอใจและควรต้องเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นประตู
“ก่อนที่พวกเขาจะได้ประตู เราเองก็มีโอกาสปิดเกมได้เหมือนกัน”
“ในครึ่งหลัง เรามีช่วงเวลาที่เล่นได้ดี ซึ่งเป็นช่วงที่เราต้องยิงประตูให้ได้ แต่เรากลับทำไม่สำเร็จ”
คำพูดของกัปตันทีมสะท้อนชัดว่า เบลเยียมไม่ได้มีปัญหาเรื่องการสร้างเกม แต่ขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย ซึ่งกลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ผลการแข่งขันออกมาไม่เป็นใจ
สถานการณ์กลุ่ม 1 และสิ่งที่ต้องจับตาต่อ
ชัยชนะในนัดนี้ทำให้ฝรั่งเศสในยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของกุนซือซีเนดีน ซีดาน เก็บชัยชนะสองนัดรวด มี 6 คะแนนเต็ม และนำเป็นจ่าฝูงของลีก เอ กลุ่ม 1 ขณะที่เบลเยียมแพ้นัดแรก แต่ยังมี 3 คะแนนเท่าเดิม
สำหรับเบลเยียม ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้มาจากการเล่นที่ด้อยกว่า หากแต่เกิดจากการใช้โอกาสไม่คุ้มค่าในช่วงเวลาสำคัญ ส่วนฝรั่งเศสก็แสดงให้เห็นว่า แม้เกมจะอึดอัด แต่พวกเขายังหาทางตัดสินผลได้ในนาทีท้ายๆ
จากนี้ทั้งสองทีมยังต้องเดินหน้าทำผลงานในกลุ่มต่อไป โดยสิ่งที่น่าติดตามมากที่สุดคือเบลเยียมจะปรับจังหวะจบสกอร์กลับมาได้เร็วแค่ไหน หลังเสียแต้มสำคัญจากเกมที่ควรได้อะไรติดมือกลับมาอย่างน้อยหนึ่งแต้ม
ที่มา: สยามสปอร์ต