ข่าวด่วน
แชมเปี้ยนชิพ

สวอนซี จ่าฝูงแชมเปียนชิพ ภายใต้ 'วิตอร์ มาตอส' จากงานยากสู่จุดพีค

สวอนซี ซิตี้ ขึ้นนำแชมเปียนชิพหลังผ่าน 10 นัดแรก โดยมี วิตอร์ มาตอส เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนทีมจากหนีตายสู่จ่าฝูง

กองบรรณาธิการ MADOBALL 17 ต.ค. 2569 16:44อ่าน 4 นาที 1 ครั้ง
สวอนซี จ่าฝูงแชมเปียนชิพ ภายใต้ 'วิตอร์ มาตอส' จากงานยากสู่จุดพีค
ภาพ: สยามสปอร์ต

สวอนซี จ่าฝูงแชมเปียนชิพ กลายเป็นภาพที่แทบไม่มีใครคาดคิด หากย้อนกลับไปดูสถานการณ์ของทีมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ยังถูกพูดถึงในมุมหนีตกชั้น แต่ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปี “หงส์ขาว” ก็พลิกขึ้นมานั่งหัวตารางของศึกแชมเปียนชิพ อังกฤษ หลังผ่าน 10 นัดแรกของฤดูกาล ภายใต้การคุมทีมของ วิตอร์ มาตอส

การดึงกุนซือชาวโปรตุกีสวัย 38 ปีเข้ามาถือเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงไม่น้อยในเวลานั้น เพราะมาตอสเคยคุมทีมชุดใหญ่เต็มตัวเพียง 12 นัดกับมาริติโม ในลีกระดับสองของโปรตุเกสเท่านั้น แต่เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าวคือเส้นทางการทำงานด้านโค้ชยาวนานถึง 23 ปี ผ่านหลายประเทศ หลายบทบาท และหลายแนวคิดฟุตบอลที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นหนึ่งในโค้ชดาวรุ่งที่น่าจับตา

อิทธิพลจากลิเวอร์พูลที่กลายเป็นโครงสร้างหลักของทีม

ชื่อของลิเวอร์พูลและเจอร์เกน คล็อปป์มีบทบาทชัดเจนในแนวคิดของมาตอส เพราะเขาใช้เวลาถึง 5 ปีเต็มในตำแหน่ง Elite Development Coach กับหงส์แดง ก่อนย้ายไปเป็นผู้ช่วยของ เป๊ป ไลน์เดอร์ส ที่เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้แนวทางของเขาเน้นการเพรสซิ่ง การไล่บีบสูง และความดุดันเป็นพิเศษ

มาตอสอธิบายว่าลิเวอร์พูลมีอิทธิพลต่อเขาอย่างมากในเรื่องการเล่นเพรสซิ่งและการสร้างทีมให้เติบโตจากพลังงานในเกมรับ โดยเขาเชื่อว่าสไตล์นี้คือฟุตบอลที่ตัวเองมองเห็น และต้องการให้เป็นรากฐานของสวอนซี อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ยึดติดกับแบบแผนเดียว เพราะยังซึมซับระบบ Positional Play จากเอฟซี ปอร์โต้ รวมถึงประสบการณ์ในลีกจีนกับ ชานตง ไท่ซาน เข้ามาผสมด้วย

นั่นทำให้สวอนซีในยุคของมาตอสไม่ใช่ทีมที่เดินตามใครแบบตรงตัว แต่เป็นทีมที่ดึงหลายศาสตร์ฟุตบอลมารวมกัน ทั้งแรงกดดันจากเกมรับ การยืนตำแหน่งอย่างมีแบบแผน และการเคลื่อนที่อย่างมีเป้าหมาย เพื่อสร้างทีมที่มีทั้งวินัยและความยืดหยุ่นในเวลาเดียวกัน

คืนความมั่นใจ ก่อนเปลี่ยนสวอนซีให้กล้าบุกและกล้าเสี่ยง

เมื่อมาตอสเข้ามารับช่วงต่อจาก อลัน ชีฮาน สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การยัดแท็กติกซับซ้อนให้ทีมทันที แต่เป็นการรีเซ็ตสภาพจิตใจของนักเตะเสียก่อน เขามองว่าการสร้างความมั่นใจคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง และทีมต้องมีความรู้สึกว่ากำลังก้าวไปข้างหน้า

แนวทางดังกล่าวสะท้อนออกมาผ่านการเล่นที่ดุดันขึ้นเมื่อไม่มีบอล การพยายามแย่งบอลกลับมาในแดนบน และการเข้าปะทะที่ช่วยปลุกบรรยากาศในกลุ่มนักเตะ ขณะเดียวกันเขายังยกเลิกการสลับใช้ระบบหลัง 5 กับหลัง 4 แบบเดิม แล้วหันมายึด 4-3-3 เป็นโครงสร้างหลัก เพื่อให้ทีมมีความสม่ำเสมอและพร้อม “กล้าที่จะเสี่ยง” ในการกดดันคู่แข่ง

อีกหนึ่งจุดที่ช่วยให้สวอนซีดูอันตรายขึ้น คือแนวคิดแบบ Overload หรือการสร้างความได้เปรียบด้วยจำนวนผู้เล่นในพื้นที่แคบ มาตอสอธิบายว่าบางช่วงทีมจะต่อบอลในแดนตัวเองหรือกึ่งกลางสนามหลายจังหวะเพื่อดึงคู่แข่งให้เข้ามาบีบ ก่อนจะเร่งจังหวะพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกันทันที วิธีนี้กลายเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ทีมสร้างโอกาสได้มากขึ้นในฤดูกาลนี้

ฟูลแบ็ก เครื่องมือสำคัญ และการบริหารคนแบบโค้ชยุคใหม่

นอกจากเกมเพรสซิ่งและการยืนตำแหน่งแล้ว สวอนซียังใช้ฟูลแบ็กสองฝั่งเป็นหมากสำคัญในการรบ ไม่ว่าจะเป็นการดันเข้ากลางแบบ Inverted Full-back หรือการเติมสูงเพื่อกดดันแนวรับคู่แข่ง มาตอสชี้ว่าตำแหน่งฟูลแบ็กเป็นจุดที่ระบบรับแบบคุมพื้นที่รับมือได้ยาก และเมื่อคู่แข่งต้องขยับออกมาบีบ พื้นที่ในแนวรับก็จะเริ่มปั่นป่วน

แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างไม่ได้มีแค่แท็กติก มาตอสให้ความสำคัญกับการบริหารคนอย่างมาก โดยย้ำว่าหน้าที่ของโค้ชคือการทำให้ทุกคนมีคุณค่าและเป็นตัวของตัวเอง เขายังยกให้ช่วงเวลาภายใต้การทำงานกับคล็อปป์เป็นต้นแบบสำคัญในเรื่องภาวะผู้นำ วิธีดูแลสโมสร และการดูแลนักเตะ

“ลิเวอร์พูลมีอิทธิพลต่อผมอย่างมากในเรื่องเคาน์เตอร์เพรสซิ่ง” มาตอสกล่าว พร้อมอธิบายว่าสไตล์ที่เขาใช้กับสวอนซีเกิดจากความเชื่อในไอเดียของตัวเอง

เขายังมองลึกถึงความแตกต่างของนักเตะที่มาจากหลายประเทศและมีเส้นทางชีวิตไม่เหมือนกัน ตั้งแต่โปรตุเกส อาร์เจนตินา บราซิล เยอรมนี ไปจนถึงสหราชอาณาจักร ซึ่งทำให้การเข้าใจผู้เล่นแต่ละคนเป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับแท็กติกในสนาม

อย่างไรก็ดี เส้นทางของสวอนซีในแชมเปียนชิพยังเพิ่งเริ่มต้น แม้ตอนนี้ทีมจะขึ้นมานั่งจ่าฝูง แต่บททดสอบที่แท้จริงยังรออยู่ข้างหน้า แฟนบอล “หงส์ขาว” จึงต้องติดตามต่อว่ามาตอสจะรักษาโมเมนตัมนี้ และพาทีมเดินหน้าลุ้นเป้าหมายกลับสู่พรีเมียร์ลีกได้ไกลแค่ไหน

ที่มา: สยามสปอร์ต

แชร์:FacebookLINEX

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เวสต์แฮม เสมอ ควีนส์พาร์ค 1-1 โบเว่นพลาดโทษท้ายเกมชวดขึ้นจ่าฝูง

เวสต์แฮมเปิดบ้านเสมอควีนส์พาร์ค 1-1 ทั้งที่มีโอกาสแซงขึ้นจ่าฝูง แต่จาร์ร็อด โบเว่นยิงจุดโทษช่วงทดเจ็บพลาด

10 ต.ค. 2569

เวียร์ตซ์ ลิเวอร์พูล สร้างอิมแพ็กต์! อิราโอล่าชมเจาะรับเบรนท์ฟอร์ด

เวียร์ตซ์โชว์บทบาทสำคัญในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกชนะเบรนท์ฟอร์ด 2-1 โดยอิราโอล่าชื่นชมว่าเป็นคนที่ช่วยหาช่องเจาะแนวรับที่เล่นรัดกุมได้ดี

9 ชั่วโมงที่แล้ว

อเล็กซ์ สก๊อตต์ เป้าหมายลิเวอร์พูล ทำไมแชมป์เก่าถึงยังอยากได้มิดฟิลด์บอร์นมัธ

ลิเวอร์พูลถูกมองเป็นเต็งหนึ่งในการคว้า อเล็กซ์ สก๊อตต์ จากบอร์นมัธ แม้แดนกลางมีตัวเลือกอยู่แล้ว เพราะแข้งวัย 23 ปีมีพลังและเล่นได้หลากหลาย

1 วันที่แล้ว

ลิเวอร์พูล ถล่ม LASK สบายเท้า โรเตชั่นแล้วเกมรุกยังไหลลื่น

ลิเวอร์พูล ถล่ม LASK แบบสบายเท้า หลังออกนำเร็วและคุมเกมได้แทบตลอดทั้งคืน ฟูลแบ็กมีส่วนร่วมกับสกอร์หลายครั้ง ก่อนเตรียมไปเจอเบรนท์ฟอร์ดต่อ

3 วันที่แล้ว 1