โครเอเชีย vs อังกฤษ ลงเล่นในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่ม 3 ที่สนามเอชเอ็นเค ริเยก้า โดยสิงโตคำรามหวังย้ำแค้นหลังเคยชนะ 4-2 ในฟุตบอลโลก 2026
โครเอเชีย vs อังกฤษ คือคู่เด่นของยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่ม 3 คืนนี้ โดยทีมสิงโตคำรามยกพลไปเยือนถึงสนามสตาดิโอน เอชเอ็นเค ริเยก้า พร้อมความทรงจำจากการเจอกันล่าสุดในฟุตบอลโลก 2026 ที่อังกฤษเป็นฝ่ายชนะ 4-2 ทำให้เกมนี้ถูกจับตาว่าจะออกมาเข้มข้นแค่ไหน
เกมจะเริ่มเวลา 23.00 น. และมีถ่ายทอดสดทาง MONOMAX โดยสถานการณ์ในกลุ่มนี้ทำให้ทั้งสองทีมมีเป้าหมายชัดเจน เพราะผลการแข่งขันนัดนี้อาจส่งผลต่อการยืนระยะเพื่อรักษาพื้นที่หัวตารางของกลุ่ม 3 ต่อไป
อังกฤษปรับทีมก่อนบุกริเยก้า
ฝั่งอังกฤษมีประเด็นเรื่องความพร้อมของผู้เล่นหลายราย โดย นิโก้ โอไรลี่ จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถอนตัวเพราะอาการบาดเจ็บ ส่งผลให้ ลูอิส ฮอลล์ จากนิวคาสเซิ่ล ถูกคาดหมายว่าจะรับหน้าที่แบ็กซ้ายต่อไป ขณะที่ เอซรี่ คอนซ่า มีลุ้นกลับมาเป็นตัวจริง หลังจากนัดก่อนเป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ได้ลงเล่น
แนวรับตรงกลาง เทรโวห์ ชาโลบาห์ จากโคโม่ กำลังลุ้นจับคู่กับ มาร์ค เกอี ต่อไป ส่วนตำแหน่งผู้รักษาประตู โธมัส ทูเคิ่ล ยืนยันว่า จอร์แดน พิคฟอร์ด จะได้โอกาสลงเฝ้าเสาใน 2 เกมถัดไป หลังเกมสองนัดแรกเป็นของ เจมส์ แทรฟฟอร์ด
แดนกลางและแนวรุกก็มีการแข่งขันภายในทีมเช่นกัน จู๊ด เบลลิงแฮม จากเรอัล มาดริด มีโอกาสกลับมาออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ขณะที่ อเล็กซ์ สกอตต์ และ เจมส์ การ์เนอร์ ต้องแย่งตำแหน่งกับ ไมล์ส ลูอิส-สเกลลี่ เพื่อออกสตาร์ตในเกมทางการนัดแรกของตัวเองในรายการนี้
โครเอเชียได้ลุ้นคืนทัพหลายตำแหน่ง
ฝั่งโครเอเชียของ สลาเวน บิลิช เจอปัญหาแนวรับเช่นกัน เพราะ โจซิป ยูราโนวิช และ มาร์ติน เออร์ลิช ถอนตัวไปก่อนหน้านี้จากอาการบาดเจ็บ ทำให้ต้องมองหาตัวแทนในแผงหลัง โดย ลูก้า วุสโควิช กองหลังวัย 19 ปีจากไบรท์ตัน ถูกมองเป็นตัวเต็งที่จะได้ลงแทน มาริน ปอนกราชิช และยืนคู่กับ ยอชโก้ กวาร์ดิโอล จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ลูก้า โมดริช ตำนานวัย 41 ปี มีโอกาสกลับมาออกสตาร์ต หลังทำประตูได้ในเกมล่าสุดที่เขาได้ลงตัวจริงพบเช็กเกีย ขณะที่ มาร์ติน บาตูริน่า ซึ่งเคยยิงใส่อังกฤษในฟุตบอลโลก ก็มีลุ้นเริ่มเกมเช่นกัน
ด้านเกมรุก ดิออน เบลโย่ ของดินาโม ซาเกร็บ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี หลังยิงไปแล้ว 5 ประตูจาก 4 นัดหลังสุดทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ และเพิ่งทำประตูในเกมพบสเปน จึงยังมีโอกาสรักษาตำแหน่งตัวจริงต่อไป โดยมี อีกอร์ มาตาโนวิช และ เปตาร์ มูซ่า เป็นคู่แข่งแย่งบทบาทในแดนหน้า
คาดเกมเปิดแลกและผลต่ออันดับกลุ่ม
รายชื่อ 11 ตัวจริงที่คาดของทั้งสองทีมสะท้อนว่าเกมนี้มีโอกาสเล่นกันอย่างเปิดหน้า โดยโครเอเชียวางระบบ 4-3-3 ใช้ โดมินิค ลิวาโควิช เฝ้าเสา มี ลูก้า โมดริช, มาเตโอ โควาชิช และ เปตาร์ ซูชิช คุมแดนกลาง ส่วนอังกฤษมาในระบบ 4-2-3-1 โดยมี จอร์แดน พิคฟอร์ด เป็นด่านสุดท้าย แนวรุกใช้ บูกาโย่ ซาก้า, จู๊ด เบลลิงแฮม, แอนโธนี่ กอร์ดอน และ แฮร์รี่ เคน ยืนเป็นหัวหอก
สถิติการพบกันล่าสุดก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เกมนี้ถูกคาดว่าจะมีจังหวะลุ้นประตูหลายครั้ง เพราะการเจอกันหนล่าสุดมีรวมกันถึง 6 ประตู อีกทั้ง 6 จาก 7 นัดหลังสุดของอังกฤษยังจบด้วยสกอร์รวมเกิน 2.5 ประตูด้วย
แม้โครเอเชียจะได้เล่นในบ้านและมีตัวเก๋าอย่าง โมดริช อยู่ในทีม แต่จากภาพรวมของอังกฤษที่มีทั้ง แฮร์รี่ เคน, แอนโธนี่ กอร์ดอน และโอกาสที่ จู๊ด เบลลิงแฮม จะคืนตัวจริง ทำให้สิงโตคำรามถูกมองว่ามีลุ้นเบียดเก็บชัยได้อีกครั้ง และรักษาพื้นที่ 2 อันดับแรกของกลุ่ม 3 ลีก เอ เอาไว้ให้ได้
หลังจากนี้ต้องติดตามว่าการปรับทัพของทั้งสองฝั่งจะออกมาแบบไหนเมื่อเสียงนกหวีดเริ่มต้นขึ้น และทีมใดจะต่อยอดสถานการณ์ในกลุ่มนี้ได้ดีกว่ากัน
ที่มา: สยามสปอร์ต