อิตาลีทำผลงานน่าจับตาในศึกเนชั่นส์ ลีก หลังบุกเสมอฝรั่งเศส 1-1 ด้วยเกมรับที่แน่นและวินัยจัดจ้าน ภาพรวมชี้ว่าทีมของโรแบร์โต้ มันชินี่ กำลังไปในทิศทางที่ดี
อิตาลี เนชั่นส์ ลีก กลายเป็นเกมที่สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงของทัพอัซซูรีได้ชัดเจน เมื่อบุกไปเสมอฝรั่งเศส 1-1 ในแมตช์ที่ทีมเยือนยืนระยะเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ต้องเจอแรงกดดันตลอดทั้งเกมจากเจ้าถิ่นที่ครองบอลและบุกใส่มากกว่า
ฝรั่งเศสปรับทัพลุยบ้านตัวเอง แต่ยังเจาะอิตาลียาก
ฝรั่งเศสของซีเนดีน ซีดาน เดินหน้าคว้าชัยมาแล้ว 2 นัดก่อนหน้านี้ด้วยสกอร์ 1-0 เหมือนกันทั้งสองเกม และนัดนี้เป็นการลงเล่นในบ้านเป็นครั้งแรกของพวกเขา กุนซือคนใหม่เลือกใช้ระบบ 4-3-3 พร้อมทดลองผู้เล่นหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะแนวรับที่มีหน้าใหม่หลายรายลงสนาม
แดนกลางไม่มีบทบาทของตัวรุกหมายเลข 10 แบบเดิมอีกต่อไป โดยวาง รายัน แชร์กี กับ อาเดรียง ราบิโอต์ ทำเกมรุกอยู่ด้านหน้า ส่วนแนวรุกยังคงใช้ผู้เล่นที่เน้นความเร็วและความจัดจ้านเหมือนเดิม แม้จะขาด คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่เจ็บมาตั้งแต่เกมแรกก็ตาม
อุสมาน เด็มเบเล่ รับบทหน้าเป้า ขณะที่ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ ถูกขยับไปเล่นทางขวา และฝั่งซ้ายเป็น เดซิรี่ ดูเอ้ แม้ขุมกำลังจะครบเครื่อง แต่ตลอดทั้งเกมฝรั่งเศสกลับเจาะแนวรับอิตาลีได้ไม่ง่ายอย่างที่คาด
มันชินี่ปรับอิตาลีให้รัดกุม เกมรับเหนียวจนฝรั่งเศสหงุดหงิด
ฝั่งอิตาลีของ โรแบร์โต้ มันชินี่ หลังกลับมาคุมทีมอีกครั้ง ดูมีทิศทางที่ชัดกว่าเดิมมากใน 2 นัดแรก แม้ผลงานจะออกมาชนะ 1 แพ้ 1 แต่รูปแบบการเล่นที่เน้นเกมรุกและดันแนวรับสูงก็แสดงให้เห็นว่าทีมกำลังค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากัน
เกมที่แพ้เบลเยี่ยม อิตาลีเสียประตูจากความผิดพลาดในแดนกลางและจังหวะโดนสวนกลับ ก่อนจะระเบิดฟอร์มถล่มตุรกี 4-1 ในเกมถัดมา แต่เมื่อเจอคู่แข่งระดับฝรั่งเศส การเลือกยืนระวังตัวและเน้นเกมรับคือทางออกที่เหมาะสมที่สุด และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีมาก
อิตาลีถอยลงไปปิดพื้นที่อย่างมีวินัย อ่านเกมตัดบอลได้ต่อเนื่อง และแทบไม่เปิดช่องให้เจ้าบ้านเล่นงานง่าย ๆ หลายครั้งทีมเยือนยังมีจังหวะตอบโต้ที่ดูอันตรายด้วยซ้ำ หากจบสกอร์คมกว่านี้ อาจมีโอกาสบุกมานำก่อนเสียอีก
โอลิเซ่ยิงนำ แต่ดอนนารุมม่ายังช่วยอัซซูรีรอดพ้นความพ่ายแพ้
ฝรั่งเศสต้องใช้ประตูจากฟรีคิกสุดเฉียบของ ไมเคิ่ล โอลิเซ่ กว่าจะออกนำได้ และเมื่อกลายเป็นฝ่ายตามหลัง อิตาลีก็ยังคงไม่แตกง่าย ๆ ทีมเยือนยืนเกมรับด้วยความอดทน รอจังหวะของตัวเองต่อไป แม้จะโดนบุกกดอยู่นานก็ตาม
หนึ่งในคนสำคัญของอิตาลีคือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ที่ช่วยเซฟหลายจังหวะสำคัญเอาไว้ ขณะที่ฝั่งเจ้าถิ่นก็มาเสียประตูคืนจากความผิดพลาดของตัวเอง เมื่อพยายามเซ็ตบอลหน้ากรอบเขตโทษแล้วถูกตัดไปยิงจนต้องยอมรับผลเสมอ 1-1
แม้ฝรั่งเศสจะสะดุดด้วยการเก็บได้เพียงแต้มเดียวในบ้าน แต่ภาพรวมยังคงบ่งบอกว่าพวกเขามาตรฐานสูงเหมือนเดิม ทว่าฝั่งอิตาลีกลับเป็นทีมที่ดูพัฒนาชัดเจนที่สุดจากการกลับมาของมันชินี่ ในศึกเนชั่นส์ ลีก 3 นัดที่ผ่านมา พวกเขาชนะ เสมอ แพ้ อย่างละ 1 นัด และเมื่อเทียบกับช่วงคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 ความรู้สึกเรื่องอนาคตของทีมดูสดใสขึ้นมาก
สำหรับอิตาลี ผลงานเกมนี้จึงไม่ใช่แค่การได้หนึ่งแต้มจากการเยือนฝรั่งเศส แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญว่าทีมกำลังเดินมาถูกทาง ก่อนต้องลุ้นกันต่อว่าฟอร์มแบบนี้จะต่อยอดไปถึงรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 ได้มากแค่ไหน
ที่มา: สยามสปอร์ต