ลิเวอร์พูลกำลังจะเจอโปรแกรมตุลาคมสุดโหด หลังพักเบรกทีมชาติ โดยต้องลงเล่น 6 นัดใน 3 รายการ ภายในเวลาเพียง 17 วันเท่านั้น
ลิเวอร์พูล โปรแกรมตุลาคม ของทัพหงส์แดงกำลังจะเริ่มต้นด้วยความท้าทายแบบต่อเนื่อง หลังจบช่วงพักเบรกทีมชาติ พวกเขาต้องลงสนามถึง 6 นัดใน 3 รายการ ภายในเวลาเพียง 17 วัน ซึ่งถือเป็นช่วงวัดความพร้อมทั้งร่างกายและแท็กติกของทีมอย่างแท้จริง
ตลอดช่วงดังกล่าว ลิเวอร์พูลจะต้องสลับโหมดระหว่างเกมลีก เกมยุโรป และบอลถ้วยในประเทศแทบไม่มีเวลาหยุดพัก ทำให้การหมุนเวียนผู้เล่นเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยทีมต้องพร้อมรับมือทั้งเกมเหย้าและเกมเยือนในระยะเวลาอันสั้น
โปรแกรมลิเวอร์พูลในเดือนตุลาคม
คิวแรกของเดือนนี้คือการเปิดบ้านรับมือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 11 ตุลาคม ก่อนจะออกไปเยือน ลาสค์ ลินซ์ ที่ออสเตรีย ในวันที่ 14 ตุลาคม จากนั้นมีเกมพรีเมียร์ลีกเยือน เบรนท์ฟอร์ด วันที่ 17 ตุลาคม และกลับมาเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก พบ บียาร์เรอัล ที่แอนฟิลด์ในวันที่ 20 ตุลาคม
หลังจากนั้น ลิเวอร์พูลยังต้องเจอ ไบรท์ตัน ที่แอนฟิลด์ในวันที่ 25 ตุลาคม ต่อด้วยศึกคาราบาว คัพ รอบ 4 เปิดบ้านรับ เชลซี ในวันที่ 28 ตุลาคม ซึ่งหมายความว่าในช่วงปลายเดือนพวกเขายังคงเจองานหนักแบบไม่หยุด
ศึกหนักทั้งในและนอกบ้าน
โปรแกรมชุดนี้มีทั้งเกมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก เกมยุโรปที่ต้องออกเดินทาง และเกมถ้วยในประเทศที่ไม่มีช่องให้ผ่อนแรงมากนัก โดยเฉพาะการเจอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ที่ถือเป็นบททดสอบสำคัญของทีมในช่วงเวลาสั้น ๆ
เกมกับลาสค์ ลินซ์และเบรนท์ฟอร์ดก็มีเงื่อนไขต่างกันไป เพราะนัดหนึ่งต้องออกไปเยือนต่างประเทศ อีกนัดเป็นเกมลีกที่ต้องรับมือทีมเจ้าถิ่นที่ได้เปรียบเรื่องสภาพแวดล้อมและความต่อเนื่องของการเตรียมทีม
ส่วนเกมกับ บียาร์เรอัล และ ไบรท์ตัน คืออีกสองด่านที่ลิเวอร์พูลต้องรักษามาตรฐานให้ได้ โดยเฉพาะบียาร์เรอัลซึ่งเป็นคู่แข่งในฟุตบอลยุโรป และไบรท์ตันที่ทำผลงานเริ่มต้นฤดูกาลได้ดี
บททดสอบการโรเตชั่นของหงส์แดง
ช่วงเวลาดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่การลุ้นผลการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของการจัดทีมและการใช้ขุมกำลังให้คุ้มค่าที่สุด เพราะการแข่งขันที่ถี่แบบนี้อาจส่งผลต่อสภาพความสดของนักเตะโดยตรง
สำหรับแฟนบอลหงส์แดง เดือนตุลาคมจึงเป็นช่วงที่ต้องจับตาเป็นพิเศษว่า ลิเวอร์พูลจะผ่านโปรแกรมแน่นเอี๊ยดนี้ไปได้อย่างไร และจะรักษามาตรฐานในทุกรายการได้ต่อเนื่องหรือไม่
จากนี้ต้องติดตามว่าการหมุนเวียนผู้เล่นของลิเวอร์พูลจะช่วยพาทีมผ่านเดือนโหดนี้ได้ดีแค่ไหน และผลแต่ละนัดจะส่งแรงสะเทือนไปถึงโปรแกรมช่วงปลายเดือนหรือไม่
ที่มา: สยามสปอร์ต