เอลม่า อเวยโร่ เผยอนาคตทีมชาติโปรตุเกสของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ไม่แน่นอน หลังมีปัญหากับฮอร์เก้ เชซุสและถอนตัวจากแคมป์ทีมชาติอย่างกะทันหัน
โรนัลโด้ ทีมชาติโปรตุเกส กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลัง เอลม่า อเวยโร่ พี่สาวของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกมาเปิดเผยว่าเส้นทางรับใช้บ้านเกิดของดาวยิงวัย 41 ปีอาจไม่ชัดเจนเหมือนเดิม ภายหลังเจ้าตัวถอนตัวจากแคมป์ทีมชาติอย่างกะทันหันและมีปัญหากับ จอร์จ เชซุส กุนซือทีมชาติโปรตุเกส
พี่สาวเผยความรู้สึกของโรนัลโด้ ทีมชาติโปรตุเกสยังไม่แน่นอน
เอลม่า วัย 53 ปี พูดถึงเรื่องนี้ระหว่างงานเปิดตัวหนังสือเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม โดยย้ำว่าน้องชายกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดจากสถานการณ์ดังกล่าว หลังไม่ได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมที่โปรตุเกสชนะนอร์เวย์ 2-1 และต่อมาจึงเกิดความขัดแย้งเรื่องการรับมือกับสถานการณ์ในทีม
หลังเหตุการณ์นั้น โรนัลโด้ได้ออกแถลงการณ์ยาวเกือบ 2,000 คำเพื่ออธิบายจุดยืนของตัวเอง แม้ก่อนหน้านี้เขาจะยังมีความหวังว่าจะกลับมาร่วมทีมชาติอีกครั้ง แต่คำพูดจากพี่สาวสะท้อนว่าทุกอย่างยังห่างไกลจากข้อสรุป
“มีแนวโน้มจะเป็นคำตอบว่า ไม่ มากกว่าคำตอบว่า ใช่”
เอลม่าระบุเพิ่มเติมว่า ทั้งโรนัลโด้และเชซุสต่างก็เจ็บปวดกับเรื่องนี้ และเธอเพียงกำลังพูดแทนน้องชาย พร้อมยอมรับว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวเหมือนหยุดชะงักลงแล้ว และยังต้องรอดูว่าจะเดินต่ออย่างไร
รอยร้าวที่ยังไม่ปิด และคำถามถึงอนาคตในเดือนพฤศจิกายน
พี่สาวของโรนัลโด้มองว่าความรู้สึก “ถูกหักหลัง” อาจทำให้การกลับไปเป็นเหมือนเดิมเป็นเรื่องยาก เธอยังเชื่อว่าผู้บริหารและคนที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติโปรตุเกสควรตระหนักถึงสิ่งที่โรนัลโด้ทำให้ประเทศมาตลอดหลายปี
เอลม่ายังบอกด้วยว่ารู้สึกเศร้าที่เห็นน้องชายเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ และมองว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ชาวโปรตุเกสอาจลืมคุณูปการที่ผ่านมาของเขา ขณะเดียวกัน มาเรีย โดโลเรส มารดาของโรนัลโด้ ก็เคยแสดงความรู้สึกแบบเดียวกัน โดยยอมรับว่าถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่หลังลูกชายถอนตัวจากแคมป์ทีมชาติ
ด้านสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสออกแถลงการณ์ยืนยันว่าโรนัลโด้ต้องรับโทษแบนอัตโนมัติจากเหตุการณ์นี้ แต่กองหน้าจากอัล นาสเซอร์ยังคาดว่าจะมีสิทธิ์กลับมาถูกเลือกติดทีมชาติอีกครั้งสำหรับโปรแกรมในเดือนพฤศจิกายน
ก่อนหน้านี้ โปรตุเกสเพิ่งเก็บชัยเหนือเดนมาร์กและนอร์เวย์ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก โดยโรนัลโด้ต้องติดตามผลงานของเพื่อนร่วมทีมจากที่บ้าน ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า รอยร้าวครั้งนี้จะส่งผลกับอนาคตในนามทีมชาติของเขามากแค่ไหน
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
สถานการณ์ของโรนัลโด้กับทีมชาติโปรตุเกสยังไม่ปิดฉาก และทุกสายตาจะหันไปที่ความเคลื่อนไหวก่อนโปรแกรมเดือนพฤศจิกายน ว่าความสัมพันธ์ระหว่างทุกฝ่ายจะคลี่คลายได้หรือไม่
ที่มา: สยามสปอร์ต