พอล สโคลส์ หนุน เดวิด เบ็คแฮม เป็นเจ้าของ แมนยูไนเต็ด คนใหม่ แต่เมื่อดูมูลค่าสโมสรและสถานะของเกลเซอร์ ดีลแบบเทคโอเวอร์เต็มตัวแทบเป็นไปไม่ได้
เดวิด เบ็คแฮม แมนยูไนเต็ด กลายเป็นประเด็นอีกครั้งหลัง พอล สโคลส์ ออกมาแสดงความเห็นว่าอดีตเพื่อนร่วมทีมรายนี้เหมาะจะเป็นเจ้าของสโมสรคนใหม่ ทว่าหากมองตามความเป็นจริง โอกาสที่เบ็คแฮมจะเข้ามาเทคโอเวอร์ปีศาจแดงแบบเต็มตัวนั้นแทบไม่มีทางเกิดขึ้นง่าย ๆ
สโคลส์หนุนเบ็คแฮม นำมาซึ่งความหวังของแฟนผี
สโคลส์พูดในรายการของตัวเองว่า เบ็คแฮมคือคนที่เหมาะจะเข้ามาแทนตระกูลเกลเซอร์ และหุ้นส่วนอย่าง Ineos ในบทบาทเจ้าของสโมสร แมนยูไนเต็ด เหตุผลสำคัญคือเขามีประสบการณ์บริหารทีม อินเตอร์ ไมอามี่ ในสหรัฐฯ และเข้าใจเอกลักษณ์ของสโมสรเป็นอย่างดี
คำพูดดังกล่าวทำให้แฟนบอลปีศาจแดงจำนวนไม่น้อยเริ่มจินตนาการถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะเบ็คแฮมเป็นหนึ่งในอดีตแข้งที่ผูกพันกับทีมมาอย่างยาวนาน และถูกมองว่าเข้าใจวัฒนธรรมของสโมสรในแบบที่คนวงในหลายคนให้ความสำคัญ
ปมมูลค่าสโมสรทำให้ดีลนี้แทบเป็นไปไม่ได้
แต่เมื่อมองในแง่การเงิน ความฝันเรื่องเบ็คแฮมกลับบ้านไปซื้อแมนยูไนเต็ดดูจะห่างไกลความจริง เพราะมูลค่าทีมถูกประเมินไว้ตั้งแต่ราว 5,000 ล้านปอนด์ และอาจสูงถึง 8,000 ล้านปอนด์ ทำให้การออกเงินคนเดียวแทบเป็นไปไม่ได้
ต่อให้รวบรวมพันธมิตรทางธุรกิจมาช่วยกันระดมทุนได้ ก็ยังไม่ได้หมายความว่ากลุ่มเจ้าของปัจจุบันจะยอมขายง่าย ๆ โดยเฉพาะเมื่อ อัฟราม เกลเซอร์ เคยย้ำว่าแมนยูไนเต็ด ยังสร้างรายได้ให้พวกเขาได้เหมือนเดิม แม้ทีมจะไม่ได้ประสบความสำเร็จตามที่แฟนบอลคาดหวัง
อีกประเด็นที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนคือ หากมีการเข้าซื้อจริง ก็อาจต้องใช้งบอีกหลายพันล้านปอนด์เพื่อฟื้นฟูสโมสรในระยะต่อไป ซึ่งยิ่งทำให้ความเป็นไปได้ของแผนนี้ลดน้อยลงไปอีก
ทางเลือกเดียวที่ยังพอมีลุ้นคือซื้อหุ้นจากแรตคลิฟฟ์
รายงานชี้ว่าหนทางที่พอมีความเป็นไปได้มากที่สุดในตอนนี้ อาจไม่ใช่การเทคโอเวอร์ทั้งสโมสร แต่เป็นการเข้าไปซื้อหุ้นส่วนของ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ แห่ง Ineos แทน
ปัจจุบัน แรตคลิฟฟ์ถือหุ้นในแมนยูไนเต็ด 27.7% คิดเป็นมูลค่าประมาณพันกว่าล้านปอนด์ และได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องฟุตบอล หากเบ็คแฮมหรือกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องจะกลับเข้ามาสู่โอลด์ แทรฟฟอร์ด จริง ๆ เส้นทางนี้จึงถูกมองว่าเป็นช่องทางที่พอเป็นไปได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงการวิเคราะห์จากความเป็นจริงด้านมูลค่าสโมสรและโครงสร้างเจ้าของทีมเท่านั้น ส่วนอนาคตของแมนยูไนเต็ด ยังต้องติดตามท่าทีของเจ้าของปัจจุบันและความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหุ้นต่อไป
ที่มา: สยามสปอร์ต