รายงานใหม่ชี้ฟุตบอลอังกฤษขาดทุน 94% และหลายสโมสรเสี่ยงล้มละลาย โดยช่องว่างการเงินระหว่างพรีเมียร์ลีกกับลีกล่างถ่างกว้างขึ้นต่อเนื่อง
ฟุตบอลอังกฤษ ขาดทุน กลายเป็นประเด็นใหญ่ในรอบล่าสุด หลังรายงานของหน่วยงานกำกับดูแลฟุตบอลอิสระของอังกฤษสะท้อนภาพความเปราะบางทางการเงินทั่วทั้งระบบ โดยระบุว่าสโมสรถึง 94 เปอร์เซ็นต์กำลังขาดทุน และหลายทีมในอีเอฟแอลกับเนชั่นแนล ลีก อยู่ในภาวะเสี่ยงล้มละลาย
รายงานฉบับนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อวงการลูกหนังเมืองผู้ดี เพราะปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ทีมใดทีมหนึ่ง แต่ลามไปถึงโครงสร้างรายได้ หนี้สิน ค่าเหนื่อยนักเตะ และการพึ่งพาเงินสนับสนุนจากเจ้าของสโมสรในระดับที่สูงเกินไป
ฟุตบอลอังกฤษ ขาดทุนหนัก รายได้กระจุกตัวที่พรีเมียร์ลีก
ในฤดูกาล 2025/26 วงการฟุตบอลอังกฤษสร้างรายได้รวมกันมากกว่า 9,000 ล้านปอนด์ แต่เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลไปอยู่กับพรีเมียร์ลีกถึง 7,500 ล้านปอนด์ ขณะที่เดอะ แชมเปี้ยนชิพทำได้ 1,000 ล้านปอนด์ ส่วนลีก วัน กับลีก ทู รวมกัน 460 ล้านปอนด์ และเนชั่นแนล ลีกมีรายได้ 70 ล้านปอนด์
รายงานชี้ว่า ช่องว่างดังกล่าวขยายตัวขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปี 1992 ซึ่งเป็นปีที่พรีเมียร์ลีกก่อตั้งขึ้น ตอนนั้นสโมสรลีกสูงสุดมีรายได้เฉลี่ยมากกว่าสโมสรเดอะ แชมเปี้ยนชิพ 2.7 เท่า แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 8.7 เท่า ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการเงินในระบบฟุตบอลอังกฤษรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
หน่วยงานกำกับดูแลยังเปรียบสถานการณ์นี้ว่าเป็น “หน้าผาทางการเงิน” เพราะสโมสรพรีเมียร์ลีกมีรายได้เฉลี่ยมากกว่าสโมสรในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ มากกว่า 8 เท่า ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าการไล่ตามมาตรฐานทีมบนลีกสูงสุดเป็นเรื่องที่ยากและเสี่ยงมากขึ้นทุกปี
หนี้พุ่ง ค่าเหนื่อยโต และสโมสรจำนวนมากใกล้ล้ม
หนึ่งในตัวเลขที่น่ากังวลที่สุดคือหนี้สินรวมของฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งเพิ่มจาก 2,800 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2020/21 เป็น 4,100 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2024/25 และคาดว่าจะขยับไปแตะ 5,100 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2026/27 โดยสโมสรพรีเมียร์ลีกมีสัดส่วนหนี้สินราว 75 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด
รายงานยังระบุว่า การไล่ตามคู่แข่งท่ามกลางค่าเหนื่อยนักเตะที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ได้สร้างส่วนผสมอันตรายระหว่างหนี้สินที่สูงขึ้นกับการพึ่งพาเจ้าของสโมสรเกินความจำเป็น ระหว่างฤดูกาล 2021/22 ถึง 2025/26 ค่าเหนื่อยนักเตะเพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ในพรีเมียร์ลีก, 32 เปอร์เซ็นต์ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ, 71 เปอร์เซ็นต์ในลีก วัน และ 63 เปอร์เซ็นต์ในลีก ทู
ด้านค่าธรรมเนียมเอเจนต์ก็เพิ่มขึ้นแรงเช่นกัน จาก 317 ล้านปอนด์ เป็น 584 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2025/26 และคิดเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการซื้อขายนักเตะของสโมสรอังกฤษในซีซันดังกล่าว
ในแง่ผลประกอบการ พรีเมียร์ลีกมีผลขาดทุนเฉลี่ยต่อสโมสรเพิ่มจาก 20 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2021/22 เป็น 44 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2025/26 ขณะที่เดอะ แชมเปี้ยนชิพขยับจากช่วง 11-13 ล้านปอนด์มาเป็น 22 ล้านปอนด์ ส่วนลีก วัน เพิ่มจาก 2.4 ล้านปอนด์เป็น 7.5 ล้านปอนด์ และลีก ทู จาก 600,000 ปอนด์เป็น 2.7 ล้านปอนด์
รายงานระบุด้วยว่า สโมสรจากอีเอฟแอลและเนชั่นแนล ลีก 17 แห่งมีต้นทุนสูงกว่ารายได้ ซึ่งหมายความว่าสโมสรเหล่านี้จะยังขาดทุนแม้ไม่ต้องจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะ นอกจากนี้ มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของสโมสรในสองลีกดังกล่าวอยู่ในสถานะ “ล้มละลายทางเทคนิค” และมากกว่าหนึ่งในสี่อาจอยู่รอดได้ไม่เกินหนึ่งเดือน หากเจ้าของหยุดอัดฉีดเงิน
แผน 6 ข้อจากไอเอฟอาร์ และบททดสอบต่อไปของลีกอังกฤษ
หน่วยงานกำกับดูแลฟุตบอลอิสระของอังกฤษระบุว่ารายงานความยาว 245 หน้า ควรเป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้วงการฟุตบอลอังกฤษตื่นตัว พร้อมเสนอแผนปฏิบัติการ 6 ข้อเพื่อยกระดับความยั่งยืนทางการเงินและความมั่นคงของทั้งระบบ
- ปฏิรูประบบแบ่งรายได้ เพื่อสร้างเสถียรภาพมากกว่ากระตุ้นให้ใช้จ่ายเกินตัว
- ลดผลขาดทุนทางการเงินของสโมสร ลีก และผู้เกี่ยวข้อง
- ยกระดับธรรมาภิบาล โดยเฉพาะในระดับเนชั่นแนล ลีก
- ปรับปรุงการบริหารความเสี่ยงทางการเงินของสโมสร
- ให้สโมสรแสดงหลักฐานว่ารับฟังเสียงแฟนบอลในการตัดสินใจ
- ส่งเสริมความหลากหลายและธรรมาภิบาลในบอร์ดบริหารและผู้บริหารระดับสูง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเจรจาระหว่างอีเอฟแอลกับพรีเมียร์ลีกเรื่องข้อตกลงแบ่งรายได้ฉบับใหม่ ซึ่งอาจเพิ่มเม็ดเงินสนับสนุนอีก 1,800 ล้านปอนด์ตลอด 10 ปี ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเตือนว่าอาจเข้ามาแทรกแซง หากทั้งสองฝ่ายยังหาข้อยุติไม่ได้
สำหรับตอนนี้ รายงานฉบับนี้ทำให้คำถามใหญ่ของฟุตบอลอังกฤษชัดเจนขึ้นกว่าเดิมว่า ระบบการเงินที่ถ่างกว้างเช่นนี้จะถูกแก้ไขอย่างไร และการปฏิรูปที่เสนอจะเดินหน้าได้มากน้อยแค่ไหนในระยะต่อไป
ที่มา: สยามสปอร์ต