ลิเวอร์พูล ถล่ม LASK แบบสบายเท้า หลังออกนำเร็วและคุมเกมได้แทบตลอดทั้งคืน ฟูลแบ็กมีส่วนร่วมกับสกอร์หลายครั้ง ก่อนเตรียมไปเจอเบรนท์ฟอร์ดต่อ
ลิเวอร์พูล LASK เก็บชัยชนะได้แบบไม่ต้องออกแรงมากนักในเกมที่ทีมชุดโรเตชั่นยังคงเล่นได้ไหลลื่น โดยใช้เวลาไม่นานก็เปลี่ยนความอึดอัดช่วงต้นเกมให้กลายเป็นงานที่ควบคุมได้ทั้งหมด และปิดฉากด้วยสกอร์ที่สะท้อนความต่างของคุณภาพระหว่างสองทีม
เปิดเกมอึดอัด ก่อนหงส์แดงเร่งเครื่อง
ช่วง 20 นาทีแรก LASK ตั้งรับลึกและเล่นกันอย่างแน่นหนา ทำให้ลิเวอร์พูลเจาะเข้าไปหาจังหวะจบสกอร์ได้ไม่ง่ายนัก แต่หลังจากนั้นทีมของหงส์แดงก็เริ่มหาทางเจาะได้มากขึ้น และประตูแรกมาถึงในนาทีที่ 22 จากลูกเตะมุมที่คอสตาส ซิมิกาสเปิดเข้าหัวโรนัลด์ อเราโฮ
เมื่อออกนำ 1-0 รูปเกมของลิเวอร์พูลยิ่งดูผ่อนคลายขึ้นทันที และไม่นานก็ได้ประตูที่สองจากจังหวะที่ริโอ เอ็นกูโมอาเลี้ยงลุยไปถึงเส้นหลัง บอลหลุดเข้าทางลูอิส คูมาส ก่อนส่งคืนหลังให้บรัดเลย์ บาร์โกล่า แปเข้าไปอย่างง่ายดาย
ประตูดังกล่าวส่งผลต่อเกมอย่างชัดเจน เพราะ LASK เริ่มเสียทรงและเปิดพื้นที่มากขึ้น ขณะที่ลิเวอร์พูลเล่นได้ง่ายกว่าเดิม โดยยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสต่อเนื่องในครึ่งแรก
แนวรุกโรเตชั่นยังตอบโจทย์
นาทีที่ 37 ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ จ่ายให้บรัดเลย์ บาร์โกล่าในเขตโทษ ก่อนจบสกอร์เป็น 3-0 จากนั้นครึ่งหลังลิเวอร์พูลยังเดินหน้าบวกเพิ่มได้อีก จากลูกครอสของซิมิกาสที่ไปถึงหัวเฌเรมี่ ฟริมปงในนาที 51 กลายเป็นสกอร์ 4-0
ไม่เพียงเท่านั้น ฟริมปงยังมีส่วนร่วมกับเกมรุกอีกหลายครั้ง ทั้งจังหวะจ่ายผ่านกรอบ 6 หลายให้บรัดเลย์ บาร์โกล่า ทำแฮตทริก และจังหวะจ่ายให้คูมาสที่ยืนโล่งยิงในเขตโทษ ทำให้ภาพรวมของเกมรุกดูครบเครื่องและหลากหลายพอสมควร
จากตัวเลขในเกมนี้ ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งของลิเวอร์พูลมีส่วนร่วมกับแอสซิสต์รวมกัน 4 ครั้ง ซึ่งถือว่าน่าพอใจสำหรับแมตช์ที่ทีมหมุนเวียนผู้เล่นพอสมควร และยังเป็นสัญญาณว่าระบบเกมรุกยังคงทำงานได้ดีแม้ไม่ใช่ชุดหลักทั้งหมด
แม้เสีย 2 ลูก แต่ภาพรวมยังเหนือกว่า
ช่วงท้ายเกมลิเวอร์พูลไม่ได้เร่งมากนัก และแม้จะเสียไป 2 ประตู แต่ภาพรวมก็ยังเหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยมีการปรับให้เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค และโจ โกเมซ ลงมายืนเซนเตอร์ในช่วงหนึ่ง ขณะที่สองประตูที่เสียเกิดจากฝั่งเฌเรมี่ ฟริมปง โดยจังหวะแรกเป็นการเช็กล้ำหน้าพลาด และอีกลูกโดนดีบางโก้หลบเข้าไปดื้อๆ
จากสิ่งที่เกิดขึ้น เกมนี้จึงถูกมองว่าเป็นนัดที่เหมาะกับการซ้อมเกมรุกและโรเตชั่นนักเตะมากกว่าจะใช้วัดคุณภาพเชิงลึก เพราะ LASK ไม่ใช่คู่แข่งที่แข็งมากนัก อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นลิเวอร์พูลแทบทุกคนทำผลงานได้ในระดับ 7 ถึง 8 เต็ม 10
นอกจากนี้ยังมีมุมที่น่าสนใจคือการได้เห็นการประสานงานของแข้งหลายคนในระบบที่เปลี่ยนหมุนจากทีมชุดเดิมพอสมควร ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับทีมในโปรแกรมถัดไป ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะต้องออกไปเยือนเบรนท์ฟอร์ดในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือว่าแข็งกว่า LASK จากออสเตรียมาก
หลังจบเกมนี้ สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือการตอบสนองของลิเวอร์พูลในแมตช์เยือนเบรนท์ฟอร์ด ว่าทีมจะรักษามาตรฐานเกมรุกและความแน่นอนจากเกมนี้ได้มากแค่ไหน
ที่มา: สยามสปอร์ต