ย้อนมอง แมนซิตี้ ยุคก่อนทุนอาหรับ วันที่ทีมสีฟ้าต่อกรแมนยูไนเต็ดแบบไม่มีถอย ทั้งเกม 5-1 ในปี 1989/90 และแมตช์รำลึกมิวนิคปี 2008
แมนซิตี้ ยุคก่อนทุนอาหรับ เคยเป็นทีมที่อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าแมนยูไนเต็ด แต่ในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้พวกเขามักแสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้เต็มร้อย และหลายครั้งยังเป็นฝ่ายสร้างความเจ็บปวดให้ทีมปีศาจแดงอย่างน่าจดจำ
แมนซิตี้ ยุคก่อนทุนอาหรับ กับภาพจำทีมที่ไม่เคยกลัวแมนยู
ก่อนก้าวสู่ช่วงเวลาที่ฐานะและความสำเร็จพุ่งสูงในยุคใหม่ แมนซิตี้ เคยอยู่ในช่วงที่ผลงานผันผวน ระหว่างลีกสูงสุดกับดิวิชั่น 2 และบางฤดูกาลยังหล่นไปถึงลีกระดับสามของอังกฤษด้วยซ้ำ แต่เมื่อถึงเวลาลงเล่นในศึกดาร์บี้แมตช์ พวกเขายังคงสู้แบบไม่มีคำว่าถอย ไม่ว่าจะเล่นที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือเมน โร้ด
จุดเด่นของทีมสีฟ้ายุคนั้นคือการเอาจริงเอาจังกับเกมใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อต้องดวลกับคู่ปรับร่วมเมือง แม้ชื่อชั้นและศักยภาพทีมจะเป็นรอง แต่แมนซิตี้กลับสร้างปัญหาให้แมนยูไนเต็ดได้อยู่เสมอ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยจดจำพวกเขาในฐานะทีมที่มีหัวใจเกินตัว
แมนซิตี้ ยุคก่อนทุนอาหรับ กับเกม 5-1 ที่สะเทือนเซอร์อเล็กซ์
หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกิดขึ้นในฤดูกาล 1989/90 เมื่อแมนซิตี้เปิดบ้านถล่มแมนยูไนเต็ด 5-1 ผลการแข่งขันนัดนั้นถูกบันทึกไว้ว่าเป็นความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดอย่างยิ่งของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งเล่าว่ามันเป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ที่อัปยศที่สุดในอาชีพการคุมทีมของเขา
ตามที่เฟอร์กูสันบอกไว้ เขากลับบ้านไปแล้วนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะภาพของเกมนั้นยังติดอยู่ในหัว ความพ่ายแพ้แบบขาดลอยต่อทีมร่วมเมืองกลายเป็นบทเรียนสำคัญ และในมุมหนึ่งก็ถูกมองว่าเป็นแรงผลักดันให้เขาสร้างแมนยูไนเต็ดขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในเวลาต่อมา
สำหรับฝั่งแมนซิตี้ ชัยชนะนัดนั้นยิ่งตอกย้ำภาพของทีมที่พร้อมเล่นงานคู่แข่งตัวฉกาจได้ทุกเมื่อ แม้สถานะในตารางและฐานะโดยรวมจะยังเป็นรองก็ตาม
ช่วงตกชั้น การกลับมา และดาร์บี้รำลึกมิวนิคปี 2008
ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 แมนซิตี้ต้องเผชิญกับเวลายากลำบากต่อเนื่อง ระหว่างปี 1996-2000 ไม่มีแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ในพรีเมียร์ลีกถึง 4 ฤดูกาล เพราะทีมไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุด ขณะเดียวกันแมนยูไนเต็ดก็กวาดแชมป์พรีเมียร์ลีกไป 3 สมัย และยังพ่วงทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 1999 อีกด้วย
แต่แมนซิตี้ก็ยังหาทางกลับมาได้ หลังคว้าแชมป์เพลย์ออฟเลื่อนชั้นของลีกวัน ก่อนขยับขึ้นไปอยู่แชมเปี้ยนชิพ และกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2000-01 ช่วงเวลานั้นทำให้ภาพของทีมสีฟ้าในฐานะสโมสรที่ไม่ยอมแพ้ยิ่งชัดเจนขึ้น
อีกหนึ่งเกมที่ถูกพูดถึงคือดาร์บี้แมตช์ในวาระครบ 50 ปีโศกนาฏกรรมที่มิวนิค เมื่อปี 2008 ซึ่งทั้งสองทีมสวมชุดแข่งย้อนยุคลงสนามที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด และสุดท้ายแมนซิตี้บุกไปสร้างความเจ็บปวดให้เจ้าถิ่นอีกครั้งในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความทรงจำ
แม้ในยุคต่อมาหลังการเทคโอเวอร์ของกลุ่มทุนจากอาหรับ แมนซิตี้จะก้าวขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ และตั้งแต่ฤดูกาล 2012/13 เป็นต้นมา แมนยูไนเต็ดก็ไม่เคยจบอันดับในพรีเมียร์ลีกเหนือกว่า แต่เสน่ห์ของแมนซิตี้ยุคก่อนหน้านั้นยังถูกพูดถึงเสมอ เพราะเป็นทีมที่แม้จะไม่ได้มีความสำเร็จมากกว่า แต่ไม่เคยยอมคู่ปรับร่วมเมืองง่าย ๆ
เรื่องราวของแมนซิตี้ในวันวานจึงไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ของสโมสรหนึ่งทีม แต่คือภาพจำของดาร์บี้แมตช์ที่ดุเดือด สะท้อนศักดิ์ศรีของทีมที่พร้อมสู้กับแมนยูไนเต็ดทุกครั้ง และยังน่าติดตามว่าบทใหม่ของความเป็นคู่แค้นร่วมเมืองคู่นี้จะถูกเขียนต่อไปอย่างไร
ที่มา: สยามสปอร์ต