แมนยูไนเต็ดนำก่อนและได้เปรียบตัวผู้เล่นหลังเบนตานคูร์โดนแดง แต่ปิดเกมไม่ลง สุดท้ายถูกสเปอร์สไล่ตีเสมอแบ่งแต้มแบบน่าผิดหวัง
แมนยู สเปอร์ส จบลงด้วยความผิดหวังของเจ้าถิ่น เมื่อแมนยูไนเต็ดเปิดบ้านนำก่อน แถมยังได้เปรียบตัวผู้เล่นในช่วงครึ่งหลัง แต่สุดท้ายกลับรักษาสกอร์ไว้ไม่ได้ และโดนสเปอร์สไล่ตีเสมอแบ่งแต้มแบบเจ็บแสบ
แผนคาร์ริคส่งแนวรุกชุดใหม่ลงสนาม
เกมนี้ ไมเคิ่ล คาร์ริค ปรับแนวรุกของแมนยูไนเต็ดทันทีเมื่อได้ อาหมัด ดิยัลโล่ กลับมาเป็นตัวจริง โดยขยับ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ไปยืนหน้าเป้า และให้ มาเตอุส คุนญ่า รับบทตัวซ้ายตำแหน่งถนัดแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด
แดนกลาง การ์ลอส บาเลบา พร้อมกลับมาลงสนามแล้ว แต่กุนซือยังเลือก ยูริ ตีเลอมันส์ ไว้เป็นตัวสำรอง แม้จะเป็นมิดฟิลด์ที่เพิ่งถูกดึงเข้ามาใหม่ก็ตาม จากรูปเกมก่อนเริ่มแข่งขันจึงน่าจะคาดได้ว่าเจ้าถิ่นมีโอกาสเล่นเกมรุกได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม เพราะสเปอร์สเป็นฝ่ายออกตัวได้ดีกว่าและบุกกดดันตั้งแต่ต้นเกม แม้ทีมเยือนยังไม่ชนะใคร แต่รูปแบบการเล่นของลูกทีม โรแบร์โต้ เดอ แซร์บี้ นั้นดูเป็นระบบ ครองบอลได้ดี และมีทรงเกมที่ชัดเจนกว่าเจ้าบ้านในช่วงแรก
แมนยู สเปอร์ส เกมแรกเหนือกว่า แต่เจ้าบ้านรอดครึ่งแรก
คาร์ริคเลือกให้แมนยูไนเต็ดถอยไปเล่นเกมรับ แล้วรอจังหวะสวนกลับตามถนัด ทว่าปัญหาคือผู้เล่นของปีศาจแดงเก็บบอลจังหวะสองแทบไม่ได้ แถมยังโดนทีมเยือนวิ่งเพรสซิ่งและบดบี้อย่างต่อเนื่อง จนเจ้าถิ่นต้องรับมือหนักตลอดครึ่งแรก
อีกหนึ่งจุดที่เห็นชัดคือบทบาทของ ยูริ ตีเลอมันส์ เมื่อเขาลงตัวจริงทำให้ ค๊อบบี้ เมนู ต้องถอยลงต่ำไปช่วยเกมรับ และระยะห่างของแนวกลางค่อนข้างมีปัญหา ทั้งยังมีจังหวะที่ชอบดันสูงเกินไป พอเจอการบีบเร็วจากคู่แข่ง แมนยูไนเต็ดจึงเสียการครองบอลง่ายๆ หลายครั้ง
แม้สเปอร์สจะเดินเกมรุกเข้าใกล้พื้นที่สุดท้ายได้ต่อเนื่อง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ ขณะที่เจ้าถิ่นก็ยังพอเอาตัวรอดจนจบ 45 นาทีแรกแบบไม่เสียประตู
ได้เปรียบคนแต่ปิดเกมไม่ลง ก่อนถูกโซลันกี้ลงโทษ
ครึ่งหลังสถานการณ์เริ่มเข้าทางแมนยูไนเต็ด เมื่อทีมเยือนเหมือนผ่อนจังหวะลงหลังใช้พลังงานไปมากในครึ่งแรก เจ้าถิ่นจึงค่อยๆ ครองเกมได้ดีขึ้นและชิงขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จ
จากนั้นสเปอร์สต้องเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ เบนตานคูร์ คุมอารมณ์ไม่อยู่และใช้ศีรษะโขก ลุค ชอว์ จนโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทำให้แมนยูไนเต็ดได้เปรียบอย่างชัดเจนทั้งสกอร์และตัวผู้เล่น
แต่แทนที่จะคุมสถานการณ์และเดินหน้าปิดเกม ปีศาจแดงกลับเล่นอย่างกล้าๆ กลัวๆ และถอยไปตั้งรับมากเกินไป จนเหมือนเปิดทางให้ทีมเยือนที่เหลือคนน้อยกว่ากล้าเดินเกมขึ้นมาอีกครั้ง
จังหวะเสียประตูเกิดจากความผิดพลาดในการอ่านเกมของแนวรับ เมื่อ ลิซานโดร มาร์ติเนซ หันไปมองบอลที่ลอยมาแต่ไม่ชิงจังหวะเข้าแย่ง ปล่อยให้ โดมินิค โซลันกี้ เข้าถึงบอลก่อนและซัดตีเสมอให้สเปอร์สได้สำเร็จ
ผลที่ออกมาทำให้แมนยูไนเต็ดเสียโอกาสสำคัญแบบน่าเสียดาย ทั้งที่มีทั้งโมเมนตัม สกอร์ และจำนวนผู้เล่นอยู่ในมือ สุดท้ายเกมนี้จบลงด้วยการแบ่งแต้มที่เจ้าถิ่นไม่ต้องการ และต้องรอดูต่อว่าทีมของคาร์ริคจะตอบสนองต่อความผิดหวังนัดนี้อย่างไรในเกมถัดไป
ที่มา: สยามสปอร์ต